- Forum > 'ชืด' vs 'เซ็ง'
1/13/2007 8:19 AM 'ชืด' vs 'เซ็ง' (2 Comments)
- Jacque
- 33, Thailand
'ชืด' vs 'เซ็ง'
พอดีวันนี้ผมเกิดอาการเบื่อๆ โทรชวนเพื่อนว่าจะไปหาอะไรทำแก้เซ็ง ซึ่งกิจกรรมที่ผมกับเพื่อนอยากทำกันเวลาว่างๆคือไปเดินเล่นในย่านแปลกๆ หาอะไรแปลกหูแปลกตาดูเปิดโลกทัศน์กัน ซึ่งในโปรแกรมตามประสาคนนิยมอาหาร ก็ต้องมีการหาอะไรอร่อยๆกินด้วย
หลังจากได้คนว่างมาเที่ยวด้วยกันแล้วก็อาบน้ำแต่งตัว แต่พออาบน้ำเสร็จเพื่อนก็โทรมาบอกว่าเกิดมีธุระด่วนขึ้นมา ก็เลยตัดพ้อกับเพื่อนไปว่า “เซ็งเลยว่ะ!!” หลังจากวางโทรศัพท์ไป เกิดคิดถึงคำนี้ขึ้นมาได้ว่าเคยได้ยินพี่คนนึงชื่อพี่หนุ่มซึ่งมีพื้นเพเป็นคนราชบุรีถึงแกจะผิวขาวแต่ก็ดูไม่น่าจะมีเชื้อจีน หมายความว่าบ้านแกคงเป็นคนไทยแท้ๆหรือมีพื้นเพวัฒนธรรมแบบไทยๆ ต่างจากผมที่จีนจัดตั้งแต่หน้าตาจนวิถีชีวิตในครอบครัว แกเป็นพ่อครัวสมัครเล่นฝีมือดี และนักกิน – นักชิมตัวยงคนหนึ่ง แกใช้ คำว่า เซ็ง นี้ในความหมายที่ต่างไป โดยใช้เป็นคำขยายความอาหาร เลยได้อะไรทำเป็นการเขียนมาแบ่งปันกับเพื่อนๆในกลุ่มวันนี้
เวลาที่ทำอาหารทิ้งไว้แล้วปล่อยให้นานไปจนเย็น – ไม่น่ากิน เราเรียกกันตามปกติว่า “อาหารชืด” ซึ่ง ชืด นี้เป็น คำวิเศษณ์ หรือคำคุณศัพท์ (ขออนุญาตกระแดะใช้ภาษาสูง เพราะพอคิดจะเขียนขึ้นมาเรารู้ว่ามันเป็นคำที่ใช้ขยายความบอกลักษณะคำนาม เรียกว่า Adjective แต่นึกชื่ออย่างเป็นทางการภาษาไทยของมันไม่ออกทั้งๆที่เคยเรียนมาตั้งแต่สมัยไหนก็ไม่รู้ ด้วยความอยากรู้เลยอุตสาห์เปิดพจนานุกรมหา และขอใช้ให้คุ้มค่าวุ่นวายเปิดหา จะได้ช่วยคนอ่านทบทวนวิชาภาษาไทยกันไปในตัวด้วย) ที่เราใช้กับอาหารโดยทั่วไปทุกประเภทที่มีลักษณะอาการดังกล่าว
แต่ครั้งนึงตอนไปทานข้าวกับพี่หนุ่มซึ่งมีสั่งผัดผักมาด้วย จำไม่ได้ว่าผักอะไร แต่พี่หนุ่มเตือนว่า “รีบๆกินผัดผักสิ ผัก...มันเซ็งง่ายนะ” ก็เลยงงๆว่าทำไมเรียกแบบนั้น พี่เค้าก็อธิบายว่า “มันเหมือนเวลาส้มตำ ตำทิ้งไว้นานๆแล้วมะละกอมันไม่กรอบ กินไม่อร่อยน่ะ ไม่รู้สิ ที่บ้านพี่เค้าพูดกัน” พี่อีกคนนึงที่ร่วมโต๊ะกันอยู่เลยแซวว่า “ก็ดูตามันดิ ตี่ขนาดนั้นจะฟังภาษาบ้านมึงรู้เรื่องหรอ” ในที่นี้ทำให้เห็นได้ว่าพี่คนที่แซวผมเนี่ยแกฟังแล้วรู้เรื่องไม่สงสัยอะไร แต่จากที่พูดว่าภาษาบ้านมึงแปลว่าเป็นภาษาที่ใช้กันทั่วไปแต่ปกติพี่แกก็ไม่คิดจะใช้คำๆนี้ซักเท่าไหร่ หรือไม่งั้นก็คงเป็นภาษาถิ่นของราชบุรีแต่คนไทยอยู่ภาคกลางคนอื่นๆฟังแล้วจะรู้เรื่อง อันนี้ไม่แน่ใจแต่แนวโน้มน่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า ใครมีความรู้เรื่องนี้ช่วยแบ่งปันให้ด้วยครับ
จากที่ได้ยินมาสองตัวอย่าง (ส้มตำ กับผัดผัก) ทำให้ผมสรุปว่า บริบทในการใช้คำว่า เซ็ง นี้ เป็นการใช้กับอาหารที่มีส่วนประกอบหลักเป็นผัก แต่ทิ้งไว้นานไปจนไม่น่าทาน ซึ่งเกิดจากน้ำที่ปรุงอาหารผักนั้นซึมเข้าไปในเนื้อผัก หรือในกรณีของการผัด เกิดจากการที่ผักถูกความร้อนในจานอบจนเนื้อเหนียว ทำให้ผักสูญเสียความกรอบไปไม่น่าทาน แต่นี่เป็นการสรุปโดยส่วนตัวผมเองถ้าผิดไปแล้วมีใครรู้ช่วยแก้ไขให้ด้วยจะเป็นพระคุณยิ่งครับ
จากที่ความหมายของคำว่า ‘เซ็ง’ ที่ ใช้กับอาหาร กับเซ็งที่ใช้กับอารมณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ ผมรู้สึกว่ามันมีการพ้องกันในความหมายอยู่
- อาหารที่ทำไว้ได้ที่กำลังดี แต่ทิ้งไว้นานจนไม่นานกิน
- อารมณ์ที่ Build ไว้กำลังได้ที่ แต่เกิดเหตุสุดวิสัยอารมณ์เลยเปลี่ยนเป็นเบื่อๆ
- ความรู้สึกเบื่อ สภาพจิตใจที่ขาดชีวิตชีวา จากการขาดความแปลกใหม่สดใสในชีวิต
เลยคิดว่า คำว่าเซ็ง น่าจะเป็นคำที่ใช้กับอาหารมาก่อนที่จะใช้กับอารมณ์ และเป็นการนำมาปรับใช้ได้อย่างน่าสนใจทีเดียว ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง คำว่าในสมัยหนึ่งการใช้คำว่าเซ็งก็จะต้องเป็นคำแสลงเหมือนกับ จ๊าบ, กิ๊ก, คิกคุอาโนเนะ (สมัยผมเรียกว่า ‘หน่อมแน้ม’) ฯลฯ แต่เวลาพวกนักภาษาศาสตร์อนุรักษณ์นิยมพูดถึงการใช้ภาษาไทยผิดๆ ไม่เห็นพูดถึงคำนี้ซักเท่าไหร่ แล้วก็เห็นผู้ใหญ่ใช้กันอย่างเป็นเรื่องปกติไปหมด หรือว่าคำไหนเป็นคำแสลงที่ใช้อย่างผิดๆ ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ใหญ่ใช้หรือวัยรุ่นใช้ ถ้าผู้ใหญ่ใช้ (อายุมากกว่า 30) ถือว่าไม่ผิด!!! ฝากไว้ให้คิดเล่นๆคับ อยากแลกเปลี่ยนกันไม่รู้ว่าจะผิดประเด็นของกลุ่มหรือเปล่า (ยังไงจะไปโพสต์อีกทีที่ Group ของผมเอง Thai Wisdom Lover ไปแลกเปลี่ยนประเด็นภาษากันที่นั่นก็ได้คับ อิอิ... แอบโฆษณา group ตัวเองหน่อยนะคับ มีสมาชิกแค่สามคนเอง แต่ไปแลกเปลี่ยนเฉยๆก็บุญโขแล้วคับ ไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ group เงียบเหลือเกิน)
** สรุปคำถามที่อยากแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ
- คำว่า เซ็ง ใช้กับอาหารผัก(เฉพาะผักเท่านั้น) ที่ทิ้งไว้นานจนไม่น่าทานหรือทานไม่อร่อย
- คำว่า เซ็ง เป็นภาษาถิ่น(ราชบุรี) หรือภาษาไทยใช้กันทั่วไปที่ค่อนข้างจะ Classic ไปหน่อย (แต่บ้านผมมันจีนเองเลยไม่เคยได้ยิน)
คนอ่านทั่วๆไปที่ไม่มีข้อมูลหรือเรื่องจะมาแลกเปลี่ยน ช่วยบอกหน่อยก็ได้คับว่าเคยได้ยินคนใช้คำๆนี้หรือเปล่า หรือว่าคุณใช้เป็นประจำอยู่แล้ว ผมเองที่ไม่เคยได้ยิน ขอบคุณครับที่แลกเปลี่ยนกัน ^.^
หลังจากได้คนว่างมาเที่ยวด้วยกันแล้วก็อาบน้ำแต่งตัว แต่พออาบน้ำเสร็จเพื่อนก็โทรมาบอกว่าเกิดมีธุระด่วนขึ้นมา ก็เลยตัดพ้อกับเพื่อนไปว่า “เซ็งเลยว่ะ!!” หลังจากวางโทรศัพท์ไป เกิดคิดถึงคำนี้ขึ้นมาได้ว่าเคยได้ยินพี่คนนึงชื่อพี่หนุ่มซึ่งมีพื้นเพเป็นคนราชบุรีถึงแกจะผิวขาวแต่ก็ดูไม่น่าจะมีเชื้อจีน หมายความว่าบ้านแกคงเป็นคนไทยแท้ๆหรือมีพื้นเพวัฒนธรรมแบบไทยๆ ต่างจากผมที่จีนจัดตั้งแต่หน้าตาจนวิถีชีวิตในครอบครัว แกเป็นพ่อครัวสมัครเล่นฝีมือดี และนักกิน – นักชิมตัวยงคนหนึ่ง แกใช้ คำว่า เซ็ง นี้ในความหมายที่ต่างไป โดยใช้เป็นคำขยายความอาหาร เลยได้อะไรทำเป็นการเขียนมาแบ่งปันกับเพื่อนๆในกลุ่มวันนี้
เวลาที่ทำอาหารทิ้งไว้แล้วปล่อยให้นานไปจนเย็น – ไม่น่ากิน เราเรียกกันตามปกติว่า “อาหารชืด” ซึ่ง ชืด นี้เป็น คำวิเศษณ์ หรือคำคุณศัพท์ (ขออนุญาตกระแดะใช้ภาษาสูง เพราะพอคิดจะเขียนขึ้นมาเรารู้ว่ามันเป็นคำที่ใช้ขยายความบอกลักษณะคำนาม เรียกว่า Adjective แต่นึกชื่ออย่างเป็นทางการภาษาไทยของมันไม่ออกทั้งๆที่เคยเรียนมาตั้งแต่สมัยไหนก็ไม่รู้ ด้วยความอยากรู้เลยอุตสาห์เปิดพจนานุกรมหา และขอใช้ให้คุ้มค่าวุ่นวายเปิดหา จะได้ช่วยคนอ่านทบทวนวิชาภาษาไทยกันไปในตัวด้วย) ที่เราใช้กับอาหารโดยทั่วไปทุกประเภทที่มีลักษณะอาการดังกล่าว
แต่ครั้งนึงตอนไปทานข้าวกับพี่หนุ่มซึ่งมีสั่งผัดผักมาด้วย จำไม่ได้ว่าผักอะไร แต่พี่หนุ่มเตือนว่า “รีบๆกินผัดผักสิ ผัก...มันเซ็งง่ายนะ” ก็เลยงงๆว่าทำไมเรียกแบบนั้น พี่เค้าก็อธิบายว่า “มันเหมือนเวลาส้มตำ ตำทิ้งไว้นานๆแล้วมะละกอมันไม่กรอบ กินไม่อร่อยน่ะ ไม่รู้สิ ที่บ้านพี่เค้าพูดกัน” พี่อีกคนนึงที่ร่วมโต๊ะกันอยู่เลยแซวว่า “ก็ดูตามันดิ ตี่ขนาดนั้นจะฟังภาษาบ้านมึงรู้เรื่องหรอ” ในที่นี้ทำให้เห็นได้ว่าพี่คนที่แซวผมเนี่ยแกฟังแล้วรู้เรื่องไม่สงสัยอะไร แต่จากที่พูดว่าภาษาบ้านมึงแปลว่าเป็นภาษาที่ใช้กันทั่วไปแต่ปกติพี่แกก็ไม่คิดจะใช้คำๆนี้ซักเท่าไหร่ หรือไม่งั้นก็คงเป็นภาษาถิ่นของราชบุรีแต่คนไทยอยู่ภาคกลางคนอื่นๆฟังแล้วจะรู้เรื่อง อันนี้ไม่แน่ใจแต่แนวโน้มน่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า ใครมีความรู้เรื่องนี้ช่วยแบ่งปันให้ด้วยครับ
จากที่ได้ยินมาสองตัวอย่าง (ส้มตำ กับผัดผัก) ทำให้ผมสรุปว่า บริบทในการใช้คำว่า เซ็ง นี้ เป็นการใช้กับอาหารที่มีส่วนประกอบหลักเป็นผัก แต่ทิ้งไว้นานไปจนไม่น่าทาน ซึ่งเกิดจากน้ำที่ปรุงอาหารผักนั้นซึมเข้าไปในเนื้อผัก หรือในกรณีของการผัด เกิดจากการที่ผักถูกความร้อนในจานอบจนเนื้อเหนียว ทำให้ผักสูญเสียความกรอบไปไม่น่าทาน แต่นี่เป็นการสรุปโดยส่วนตัวผมเองถ้าผิดไปแล้วมีใครรู้ช่วยแก้ไขให้ด้วยจะเป็นพระคุณยิ่งครับ
จากที่ความหมายของคำว่า ‘เซ็ง’ ที่ ใช้กับอาหาร กับเซ็งที่ใช้กับอารมณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ ผมรู้สึกว่ามันมีการพ้องกันในความหมายอยู่
- อาหารที่ทำไว้ได้ที่กำลังดี แต่ทิ้งไว้นานจนไม่นานกิน
- อารมณ์ที่ Build ไว้กำลังได้ที่ แต่เกิดเหตุสุดวิสัยอารมณ์เลยเปลี่ยนเป็นเบื่อๆ
- ความรู้สึกเบื่อ สภาพจิตใจที่ขาดชีวิตชีวา จากการขาดความแปลกใหม่สดใสในชีวิต
เลยคิดว่า คำว่าเซ็ง น่าจะเป็นคำที่ใช้กับอาหารมาก่อนที่จะใช้กับอารมณ์ และเป็นการนำมาปรับใช้ได้อย่างน่าสนใจทีเดียว ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง คำว่าในสมัยหนึ่งการใช้คำว่าเซ็งก็จะต้องเป็นคำแสลงเหมือนกับ จ๊าบ, กิ๊ก, คิกคุอาโนเนะ (สมัยผมเรียกว่า ‘หน่อมแน้ม’) ฯลฯ แต่เวลาพวกนักภาษาศาสตร์อนุรักษณ์นิยมพูดถึงการใช้ภาษาไทยผิดๆ ไม่เห็นพูดถึงคำนี้ซักเท่าไหร่ แล้วก็เห็นผู้ใหญ่ใช้กันอย่างเป็นเรื่องปกติไปหมด หรือว่าคำไหนเป็นคำแสลงที่ใช้อย่างผิดๆ ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ใหญ่ใช้หรือวัยรุ่นใช้ ถ้าผู้ใหญ่ใช้ (อายุมากกว่า 30) ถือว่าไม่ผิด!!! ฝากไว้ให้คิดเล่นๆคับ อยากแลกเปลี่ยนกันไม่รู้ว่าจะผิดประเด็นของกลุ่มหรือเปล่า (ยังไงจะไปโพสต์อีกทีที่ Group ของผมเอง Thai Wisdom Lover ไปแลกเปลี่ยนประเด็นภาษากันที่นั่นก็ได้คับ อิอิ... แอบโฆษณา group ตัวเองหน่อยนะคับ มีสมาชิกแค่สามคนเอง แต่ไปแลกเปลี่ยนเฉยๆก็บุญโขแล้วคับ ไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ group เงียบเหลือเกิน)
** สรุปคำถามที่อยากแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ
- คำว่า เซ็ง ใช้กับอาหารผัก(เฉพาะผักเท่านั้น) ที่ทิ้งไว้นานจนไม่น่าทานหรือทานไม่อร่อย
- คำว่า เซ็ง เป็นภาษาถิ่น(ราชบุรี) หรือภาษาไทยใช้กันทั่วไปที่ค่อนข้างจะ Classic ไปหน่อย (แต่บ้านผมมันจีนเองเลยไม่เคยได้ยิน)
คนอ่านทั่วๆไปที่ไม่มีข้อมูลหรือเรื่องจะมาแลกเปลี่ยน ช่วยบอกหน่อยก็ได้คับว่าเคยได้ยินคนใช้คำๆนี้หรือเปล่า หรือว่าคุณใช้เป็นประจำอยู่แล้ว ผมเองที่ไม่เคยได้ยิน ขอบคุณครับที่แลกเปลี่ยนกัน ^.^





1/13/2007 9:02 AMของแถม แกงจืดกระดูกหมู
กาลครั้งหนึ่นานมาแล้ว... เราไปดื่มเหล้ากันที่ร้านเพื่อนรุ่นพี่ เลยดื่มกันยาวๆตั้งแต่ 3-4 ทุ่ม จนถึงตีสองก็เริ่มบ่นว่าหิวกัน บรรดาสมาชิกก็ปล่อยหน้าที่สั่งอาหารให้กับสมาชิกสาวๆร่วมวง ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ(จริงๆแล้วแม่งขี้เกียจคิดกัน) หลังจากสั่งไปสองสามอย่าง(ที่มีข้อแม้ว่าห้ามทำยาก เพราะแม่ครัวกลับไปแล้ว) พี่หนุ่มเห็นรายชื่ออาหารที่สั่งมาแล้วก็เลยพูดขึ้นว่า “เฮ้ย กูขออีกอย่างได้ป่าววะ” พอพี่แกสั่ง แกงจืดกระดูกหมูเกี้ยมไฉ่ ผมก็ได้แต่สงสัยในใจ(เพราะเป็นรุ่นน้อง)ว่า มันจะดีหรอวะ และมีพี่คนนึง(คนเดียวกับที่แซวผมเรื่องไม่รู้จักคำว่าเซ็งนั่นแหละ) speak my mind ขึ้นมาว่า “ห่า จะดีหรอวะ ไม่ได้แดกข้าวต้มนะ” ซึ่งพี่หนุ่มก็ทำหน้าเก๋าเล็กน้อยแล้วตอบว่า “เออ เชื่อกูดี๊” แล้วหันไปบอกกับพี่แฟรงค์ (พี่หุ้นร้านที่อาสาเข้าไปทำให้) ว่า “ใส่พริกไทยเยอะๆนะพี่”
ปรากฏว่าในอาหารทั้งหมดที่ออกมา แกงจืดกระดูกหมูเกี้ยมไฉ่ เป็นสิ่งที่ขายดีที่สุดน้ำเกลี้ยชาม จนต้องมีรอบสอง **ทั้งหม้อ!!** แม้แต่คนพูดค้านยังพักการซดมาบอกว่า “เออ แม่งเข้ากันว่ะ” แล้วก็หันกลับมาแขวะผมแก้เขินที่ตี๋สุดในกลุ่มอีกทีว่า “ถูกใจไอ้กอ๊บเป็นพิเศษเลยสิมึง” เลยกลายเป็นเมนูแนะนำสำหรับวงเหล้าว่า อย่าได้ประมาทแกงจืดกระดูกหมูเกี้ยมไฉ่ ในการเป็นอาหารแกล้มเหล้า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ต้องลองดูเองครับ (แล้วจะไปตั้งหัวข้อแกงจืดพร้อมสูตรแกงจืดต่างๆอีกทีครับ